Google Classroom เพื่อการนิเทศภายในสถานศึกษา

Google Classroom เป็นแอพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นโดย Google ที่จัดอยู่ในกลุ่มของการให้บริการในหมวดหมู่Google for Education ที่มีครื่องมือสำหรับใช้ในงานด้านการศึกษาที่ประกอบไปด้วยแอปพลิเคชัน ต่างๆ เช่น จีเมล (Gmail) เอกสาร (Docs) ปฏิทิน (Calendar) ไดรฟ์ (Drive) และห้องเรียน (Classroom) เป็นต้น โดยเครื่องมือ ที่พัฒนาขึ้นมาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายทั้ง ในเรื่องของการบริหารงานในองค์กร หรือนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนหรือมาประยุกต์สำหรับการนิเทศภายในสถานศึกษาได้ด้วย สำหรับวัตถุประสงค์ของ Google for Education พัฒนา ขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานของโรงเรียนในทุกระดับ ทั้งโรงเรียน ขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัย สามารถที่จะ ใช้งานได้ เนื่องด้วยเป็นบริการที่เปิดใช้งานแบบฟรี ไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่าย มีการใช้งานที่สะดวกและง่าย ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็น ผู้อำยวยการสถานศึกษา ครูบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนสามารถใช้งาน ได้โดยการมีส่วนร่วมในการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ร่วมกัน รวมถึงการใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา (Any time Any place) เข้าถึงได้ในหลากหลาย อุปกรณ์ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต (tablet) โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

 

googleClassroom

อ้างอิง ดนัยศักดิ์ กาโร. (2561)

 

ในครั้งนี้จะขอเสนอแนะการประยุกต์ใช้งาน การประยุกต์ใช้ Google Classroom สำหรับการนิเทศภายในสถานศึกษา ซึ่งการใช้งาน Google Classroom สำหรับการสร้างเป็นห้องเรียนออนไลน์ไว้สำหรับมอบหมายงาน พบปะพูดคุยหรือแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารต่างๆ กัน ระหว่างผู้อำนวยการสถานศึกษา ทีมนิเทศภายใน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายในโรงเรียน นอกจากนี้ยังสามารถเชิญ รองผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ประจำศูนย์เครือข่าย ศึกษานิเทศก์ของสำนักงานเขตพื้นทีการศึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำหน้าที่ให้ปรึกษา แนะนำ ในรูปแบบออนไลน์ซึ่งสามารถเข้าไปสร้างห้องเรียนไว้ใน Google Classroom ได้ที่ https://classroom.google.com จากนั้นดำเนินการสร้างห้อง โดยคลิกที่เครื่องหมาย + มุมบนด้านขวา

ความสามารถของ Google Classroom

  1. สามารถเชิญผู้คนให้เข้าร่วมในฐานะครู (ผู้นิเทศ เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียน ทีมนิเทศ รองผอ.สพท. ศึกษานิเทศก์ ผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น) และ นักเรียน (ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นผู้รับการนิเทศ)
  2. ผู้นิเทศสามารถมอบหมายงาน ให้ผู้รับการนิเทศดำเนินการ เช่น การส่งแผนการจัดการเรียนรู้ ส่งคลิปวีดีโอบรรยากาศการจัดการกิจกรรมการเรียนการสอน ส่งข้อมูลข่าวสาร ความรู้ การให้คำแนะนำทั้งรูปแบบกลุ่มและรายบุคคล
  3. สามารถกำหนดระยะเวลากำหนดการส่งงาน กำหนดการให้คะแนน นัดหมาย
  4. สามารถส่งงานในรูปแบบการอัพโหลดเข้าภายในห้องหรือเชื่อมโยงไปยัง Drive หรือ เว็บไซต์อื่น ได้
  5. สามารถจัดการยกเลิกหรือผู้ใช้งาน
  6. สามารถบันทึกหรือสำรองข้อมูลภายในห้องได้
  7. ผู้รับการนิเทศสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันภายในห้องและผู้นิเทศสามารถให้คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะเติมเต็ม
  8. สามารถใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต
  9. สามารถจัดการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ แจ้งข่าว นำเสนอความรู้ในรูปแบบเอกสาร คลิปวีดีโอ ในรูปแบบออนไลน์
  10.  สามารถเชื่อมโยงกับแอพพลิเคลั่นของ Google for Education

เงื่อนไขสำหรับการใช้งาน Classroom

  1. ผู้ใช้งานทั้งครู (ผู้นิเทศ) และ นักเรียน (ผู้รับการนิเทศ) จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้งาน gmail สำหรับเข้าใช้งาน
  2. รองรับการใช้งานสำหรับครู (ผู้นิเทศ) ได้ไม่เกิน 20 คน และ นักเรียน (ผู้รับการนิเทศ) ไม่เกิน 1,000 คน ต่อ 1 ห้อง
  3. ผู้ใช้งานต้องเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งาน

สำหรับการใช้งาน Google Classroom มีคำอธิบายอย่างละเอียดซึ่งสามารถเข้าเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://support.google.com/edu/classroom#topic=6020277

ผู้เขียน

นายสนธยา หลักทอง

ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2

อ้างอิง

  1. ดนัยศักดิ์ กาโร. (2561). การประยุกต์ใช้ Google for Education ในการให้คำปรึกษานักศึกษาสายครู.
    วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ออนไลน์ สืบค้นที่ https://journal.oas.psu.ac.th/index.php/asj/article/view/1183/1098
  2. https://support.google.com/edu/classroom/answer/6020274?co=GENIE.Platform%3DDesktop&hl=th
  3. https://csc.kmitl.ac.th/cscweb-1/wp-content/uploads/2017/02/11_Classroom.pdf
  4. http://health-sci.mfu.ac.th/admin/uploadCMS/upload/9PFri115056.pdf
โพสท์ใน การศึกษา, ครูไอที | ไม่ให้ใส่ความเห็น

Social Network กับการนิเทศภายในโรงเรียน

ปัจจุบันการสื่อสารของมนุษย์ได้รับการพัฒนาให้สื่อสารถึงกันอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น สื่อชนิดหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วม สร้าง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ คือ “Social Media” คำนี้ คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติศัพท์ว่า สื่อสังคม หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า สื่อออนไลน์ หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ในทางเทคนิค สื่อสังคม จะหมายถึง โปรแกรมกลุ่มหนึ่งที่ทำงานโดยใช้พื้นฐานและเทคโนโลยีของเว็บตั้งแต่รุ่น ๒.๐ เช่น บีโบ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ วิกิพีเดีย ไฮไฟฟ์ และบล็อกต่าง ๆ ในทางธุรกิจเรียกสื่อสังคมว่า สื่อที่ผู้บริโภคสร้างขึ้น (consumer-generated media หรือ CGM) สำหรับกลุ่มบุคคลผู้ติดต่อสื่อสารกันโดยผ่านสื่อสังคม ซึ่งนอกจากจะส่งข่าวสารข้อมูลแลกเปลี่ยนกันแล้ว ยังอาจทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกันด้วย กลุ่มบุคคลที่ติดต่อสื่อสารกันโดยผ่านสื่อสังคมดังกล่าว คือ Social Network ซึ่งคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ บัญญัติศัพท์ Social Network ว่า เครือข่ายสังคม ในเครือข่ายสังคม กลุ่ม “เพื่อน” หรือ “ผู้ติดต่อกัน” จะต้องแนะนำตนเองอย่างสั้น ๆ โดยทั่วไปซอฟต์แวร์ที่ให้บริการเครือข่ายสังคมจะเปิดโอกาสให้กลุ่มเพื่อน ๆ วิพากษ์วิจารณ์กันเองได้ ส่งข้อความส่วนตัว และเข้าไปอ่านข้อความของเพื่อน ๆ ในกลุ่มได้ ซอฟต์แวร์บางประเภทจะสามารถให้เพื่อน ๆ เพิ่มเสียงและภาพเคลื่อนไหวลงในประวัติของตนได้ด้วย นอกจากนี้ เพื่อนบางคนก็อาจจะสร้างโปรแกรมย่อย ๆ ขึ้นมาให้ใช้ร่วมกันได้ เช่น เล่นเกม ถามปัญหา หรือปรับแต่งรูปภาพ ทำให้บางคนมีผู้สมัครเข้ามาเป็นเพื่อนด้วยมากมาย (ราชบัณฑิตสถาน,2560)

social

 

เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social networks) คือ เว็บไซต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้คน สามารถการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูล บนอินเทอร์เน็ตโดยใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ (แคมบริด, 2560) อีกความหมายคือ รูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือข่ายสังคม สำหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น ในบริการเครือข่ายสังคมมักจะประกอบไปด้วย การแช็ต ส่งข้อความ ส่งอีเมล วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็อก การทำงานคือ คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ในรูปฐานข้อมูล sql ส่วน video หรือ รูปภาพ อาจเก็บเป็น ไฟล์ก็ได้ บริการเครือข่ายสังคมที่เป็นที่นิยมได้แก่ ไฮไฟฟ์ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ออร์กัต มัลติพลาย และไลน์ โดยเว็บเหล่านี้มีผู้ใช้มากมาย เช่น เฟสบุ๊คเป็นเว็บไซต์ที่คนไทยใช้มากที่สุด ในขณะที่ออร์กัตเป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศอินเดีย ปัจจุบัน บริการเครือข่ายสังคม มีผลประโยชน์คือหาเงินจากการโฆษณา การเล่นเกมโดยใช้บัตรเติมเงิน (วิกิพีเดีย,2560) โดยสรุป เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network) หมายถึง  เว็บไซต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้คนสมารถสร้างเครือข่ายสังคม สำหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ในการสื่อสารแบ่งปันข้อมูล เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น เช่น Applications Line, Facebook เป็นต้น

แอปฟลิเคชั่นไลน์ (Applications LINE)

ไลน์ (อังกฤษ: LINE) เป็นโปรแกรมระบบส่งข้อความทันที ที่มีความสามารถใช้งานได้ทั้งโทรศัพท์มือถือที่มีระบบปฏิบัติการไอโอเอส, แอนดรอยด์, วินโดวส์โฟน ทั้งยังสามารถใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และแมคโอเอส ด้วยความที่มีลูกเล่นมากมาย สามารถคุย ส่งรูป ส่งไอคอน ส่งสติกเกอร์ ตั้งค่าคุยกันเป็นกลุ่ม สามารถสร้างแบบสำรวจ สร้างตารางการนัดหมายกิจกรรม ฯลฯ ทำให้มีผู้ใช้งานโปรแกรมนี้เป็นจำนวนมาก ชาวไทยนิยมใช้เป็นอันมาก

line

การประยุกต์ใช้ LINE กับการนิเทศภายในโรงเรียน

จากความสามารถของแอปฟลิเคชั่นไลน์ที่สามารถ ส่งข้อความ ส่งรูปภาพ ไฟล์วิดีโอ และสามารถตั้งค่าการคุยเป็นกลุ่มได้ ทำให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการนิเทศภายในโรงเรียนได้ โดยสามารถตั้งกลุ่มการคุยสำหรับการนิเทศภายในโรงเรียน ดังนี้

1. กลุ่มไลน์โรงเรียน (สูงสุด 500 คน) สมาชิกประกอบด้วย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในโรงเรียน ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันภายในโรงเรียน เป็นช่องทางสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ใช้ในการ สั่งการ การนิเทศติดตามการดำเนินงาน เป็นช่องทางในแจ้งปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนของครู หรือรายงานผลการจัดการเรียนการสอนของครูในโรงเรียน

2. กลุ่มไลน์กลุ่มสาระการเรียนรู้ สมาชิกประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มสารการเรียนรู้ ครูผู้สอน   ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นช่องทางสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา/หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ในการนิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนของครูในกลุ่มสาระฯ เป็นช่องทางสำหรับครูผู้สอนในการในแจ้งปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอน หรือรายงานผลการจัดการเรียนการสอนของครูในกลุ่มสาระฯ มีแนวทางในการดำเนินการ ดังนี้

2.1 ครูผู้สอนรายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในไลน์กลุ่มสาระฯ พร้อมเอกสารหลักฐาน เช่น รูปภาพการจัดกิจกรรม เอกสารประกอบการสอน บันทึกผลหลังสอน และชิ้นงานนักเรียน เป็นต้น

2.2 ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ที่ผู้บริหารมอบหมาย ทำการนิเทศการสอน ให้ข้อเสนอแนะ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอนที่ได้รายงานมาในไลน์กลุ่มสาระฯ ในขั้นตอนนี้อาจใช้รูปแบบ PLC ในการนิเทศ สรุปได้ ดังภาพประกอบที่ 1

โมเดลการนิเทศ3

 

 

แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม : https://line.me/th/

อ้างอิง

เคมบริดจ์ (2560). ออนไลน์. http://dictionary.cambridge.org สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2560

ราชบัณฑิตยสภา (2560) .ออนไลน์ . http://www.royin.go.th/ สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2560

วิกิพีเดีย (2560). ออนไลน์. https://www.wikipedia.org/ สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2560

โพสท์ใน การศึกษา, ครูไอที, บริหารการศึกษา | ไม่ให้ใส่ความเห็น

นักเรียนสนุก ครูตื่นเต้น ผอ.ได้นิเทศการสอน!!

เปิดภาคเรียน 1/2562 ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมท้าทายการอ่านชิงเงินรางวัล ดำเนินการโดยผู้อำนวยการโรงเรียน กติกา คือ

1. อ่านคำพื้นฐานให้ได้ 100 คำ จากการสุ่มคำในบัญชีคำพื้นฐาน ป.3 จากจำนวนทั้งหมด 1,198 คำ
2. อ่านได้ 100 คำ รับทันที 100 บาท จาก ผอ.รร.
3. อ่านได้ 30 คำขึ้นไป แต่ไม่ถึง 100 คำ รับขนมเป็นรางวัลปลอบใจ
4. ท้าทายการอ่านได้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
..

กิจกรรมดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด เพราะนักเรียนสนุกกันมาก ในครั้งแรกๆอ่านได้คนละ 20-40 คำ รอบที่สอง อ่านได้คนละ 50 คำ ขึ้นไป รอบถัดๆมาก็เริ่มเก่งกันขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด วันนี้ 8 กค. 2562

ซึ่งผ่านไปเกือบ 2 เดือน ปรากฏว่า นร.ชั้น ป.3 รร.บ้านหนองขามหัวหนองสามัคคี สามารถอ่านคำพื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว และพิชิตเงินรางวัลไปได้ 2 คน
..
ยอดเยี่ยมมาก ทั้งนักเรียน และคุณครูชั้น ป.3

งานนี้นักเรียนสนุกกันมาก ส่วนครูผู้สอนก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะกลัวนักเรียนของตนเองอ่านไม่ได้ ส่วน ผอ.รร. ก็ได้นิเทศการสอนครูไปในคราวเดียวกันด้วย เพราะถ้าครูไม่ใส่ใจสอน นักเรียนก็คงจะอ่านเองไม่ได้!!

1 2 3 4 5 6 7 8 9

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

ข้อสอบ O-NET 2560 พร้อมเฉลย จากเว็บ สทศ.สพฐ.

ตามที่ สทศ.ได้ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2560 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สอบวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สอบวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2561 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สอบวันที่ 3-4 มีนาคม 2561  นั้น
ในการนี้ สทศ. ได้นำข้อสอบและเฉลยคำตอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เผยแพร่ทางเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ต้นสังกัดและโรงเรียนได้นำไปใช้ในวางแผนและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รวมถึงยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ดียิ่งขึ้น
หากท่านใดมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับข้อสอบและเฉลยคำตอบ O-NET ปีการศึกษา 2560 สามารถส่งข้อมูลมาที่ สทศ. ตามช่องทาง ดังนี้
1. ยื่นเอกสารด้วยตนเองที่ สทศ. (อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 36 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ)
2. สายตรงผู้บริหาร (www.niets.or.th เมนู สายตรงผู้บริหาร)
อ้างอ้ง : http://www.niets.or.th/th/content/view/7177
ดาวน์โหลดไฟล์ ป. 6 ที่ลิงค์ด้านล่าง :
ชั้นอื่นๆ ดาวน์โหลดได้ที่ :
www.niets.or.th/th/content/view/7177
ดาวน์โหลดไปติวได้เลยครับ!!
โพสท์ใน การศึกษา | ไม่ให้ใส่ความเห็น

สรุปยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐)

หลังจากที่ได้อ่าน “ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐)” ฉบับที่ได้ประกาศเป็นพระราชโองการ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังภาพประกอบ

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

หมายเหตุ : ปัญญาชนคนผู้เจริญท่านใดที่จะนำรูปภาพไปใช้ ขอความกรุณาอ้างอิง/อ้างถึงแหล่งที่มาด้วยนะครับ

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้ที่ลิงค์ข้างล่าง

MindMapยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

พรบ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ

ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี ฉบับเต็ม

โพสท์ใน กฏหมายการศึกษา, การศึกษา | ไม่ให้ใส่ความเห็น

สรุป พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551

เป็นการสรุปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานทางการศึกษา ที่มีการนำ พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน มาบังคับใช้โดยอนุโลม เฉพาะกับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ม.38 ค) ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงหมวดของการ อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม

 

พรบ.ข้าราชการพลเรือน

 

หรือสามารถดาวน์โหลด PDF ไฟล์ได้ที่นี่

โพสท์ใน กฏหมายการศึกษา, การศึกษา | ไม่ให้ใส่ความเห็น

ไม่ให้ครูทำงานธุรการ ??

จากข่าวด้วยเรื่องนโยบายไม่ให้ครูทำงานธุรการ (https://www.dailynews.co.th/education/661606)

ทำให้มีเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย(เป็นส่วนน้อย)

ซึ่งอันที่จริงแล้ว นโยบายนี้นับว่าได้ผลดีในแง่ของการสร้างกระแส แต่ถ้ามองในแง่ของการแก้ปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอนแล้วคงไม่ใคร่จะได้ผลเท่าไหร่นัก
..
เพราะ อันคำว่า “งานธุรการ” ในโรงเรียนนั้นยังไม่มีการนิยามให้ชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง และงานบางงานในโรงเรียนก็ถูกบีบบบังคบด้วย ระเบียบ และกฎหมาย ว่าต้องให้ข้าราชการ(ครู)เท่านั้นที่เป็นคนดำเนินการ เช่น การพัสดุ หรือการเงิน จะให้พนักงานราชการ หรือลูกจ้างประจำ เป็นผู้ทำไม่ได้!!
..
ส่วนคำว่า “งานธุรการ” นั้น หมายความไปถึงอะไรบ้าง เช่น แผนการจัดการเรียนรู้ เอกสารการวัดประเมินผลในชั้นเรียน หรือแม้แต่ เอกสารการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล นั้นถือว่าเป็น “งานธุรการ” ด้วยหรือไม่??
ถ้าใช่ แล้วจะให้ใครมาทำ “งานธุรการ” เหล่านี้แทนครู??
..
แต่ถ้า งานอื่นนอกเหนือจากงานสอนที่ถูกสั่งการ หรือร้องขอเอกสารจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น จากสำนักงานเขตพื้นที่ฯ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานทางสาธารณสุข เหล่านี้หมายถึง “งานธุรการ” แล้ว การทุ่มงบประมาณเพื่อจ้างคนมาทำแทนครู น่าจะไม่ใช่การเกาถูกที่คัน เพราะ จะง่ายกว่าหรือไม่ ถ้าจะลดหรืองด “งานธุรการ” จากหน่วยงานเหล่านั้นเสีย!!

ไม่ต้องเสียเงินงบประมาณเป็นพันล้าน!!
เอาเงินพันล้านไปออกแบบระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ อย่าให้โรงเรียนต้องรายงานข้อมูลซ้ำซ้อน จะดีกว่าหรือไม่??
..
อย่าให้หน่วยงานอื่่นมารบกวนเวลาการจัดการเรียนการสอนของครู!!
..
ที่บรรยายมา ไม่ใช่ว่ากลัว “งานธุรการ” เหล่านั้นจะตกมาเป็นภาระของ ผอ.รร. นะครับ เพราะทุกวันนี้ ผมก็ทำ “งานธุรการ” ของโรงเรียนอยู่แล้ว!!
แต่แสดงความเป็นห่วงการแก้ปัญหาในภาพรวมมากว่า
ว่ามันอาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
เงินงบประมาณที่ทุ่มลงไปอาจจะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน!!

โพสท์ใน การศึกษา | ไม่ให้ใส่ความเห็น

MakerSpace : ความหมายในภาษาไทย

จากบทความเรื่อง MakerSpace : พื้นที่ผู้ผลิต?? ที่ผู้เขียนได้กล่าวไปว่า การนิยามของคำว่า MakerSpace ในภาษาไทยนั้นยังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่มีการบัญญัติศัพท์ขึ้นมานั้น

ผู้เขียนได้ทำการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เพื่อถามถึงความหมายของคำว่า MakerSpace ในภาษาไทยที่ถูกต้องคืออะไร ผลปรากฏ ดังรูป

111

สรุปว่า makerspace  หมายถึง     ” แหล่งเรียนรู้เพื่อการสร้างสรรค์ “ นะครับ!!

ยืนยันแล้วจดหมายตอบกลับจากสำนักงานบัณฑิตยสภาข้างต้น สามารถนำไปอ้างอิงทางวิชาการได้ครับ

โพสท์ใน การศึกษา, ครูไอที | ไม่ให้ใส่ความเห็น

Learning Space : พื้นที่การเรียนรู้

การเรียนรู้เกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษา ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ ร้านหนังสือ สถานศึกษา หรืออื่นๆ ซึ่งต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ขั้นสูงและทักษะชีวิตที่สำคัญจำเป็น สถานศึกษาในฐานะที่เป็นสถาบันทางสังคมที่มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ต้องออกแบบพื้นที่ของสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เต็มศักยภาพ แต่ในปัจจุบัน การเรียนรู้มักถูกจำกัดให้เกิดในเฉพาะสถานที่ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ทั้งที่เป็นห้องเรียนแบบทางการหรือไม่เป็นทางการ มีการเรียนการสอนแบบเผชิญหน้าหรือห้องเรียนเสมือน ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีอำนาจแฝงบังคับให้คนมารวมกลุ่มกัน เพื่อให้ครูมาทำการสอน ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน มีการทำงานร่วมกัน และเกิดปฏิสัมพันธ์กัน ดังที่สามารถพบได้ตามสถานศึกษาทั่วไป ซึ่งได้รับการออกแบบตามลักษณะของหลักสูตรการสอนดั้งเดิมในอดีต ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องกัน ผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนฝึกทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองแต่ห้องเรียนถูกจัดแบบการนั่งบรรยาย เมื่อนั่งแล้วถูกบังคับให้หันหน้าเข้าหาผู้สอน ทั้งขนาดของห้องเรียน โต๊ะ และเก้าอี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบได้บ่อย (จิโรจน์ สูรพันธุ์ .2013)

learningspace1

ที่มา : https://campustechnology.com/articles/2016/06/08/designing-learning-spaces-for-innovation.aspx

ได้มีการนำเสนอนิยามของคำว่า “Learning Space” ไว้อย่างหลากหลาย ดังนี้

          Oblinger (2006 : 12) กล่าวว่า การเรียนรู้เป็นกิจกรรมหลักของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย บางครั้งการเรียนรู้นั้น เกิดขึ้นในห้องเรียน (ทางการศึกษา) บางครั้งเกิดจากการติดต่อสื่อสารมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างบุคคล (การศึกษานอกระบบ) พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางกายภาพ หรือพื้นที่เสมือน อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ เพราะสามารถชักนำคนเข้ารวมกลุ่มกัน สามารถส่งเสริมการสำรวจ สร้างความร่วมมือ และมีการอภิปรายในประเด็นต่างๆร่วมกัน หรือสามารถนำข้อความที่ไม่ได้พูดถึงในห้องเรียนมาอภิปรายกันได้ เพื่อสร้างให้เกิดความต่อเนื่องในการเรียนรู้

          สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (2558 : 34) พื้นที่การเรียนรู้ เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถศึกษาค้นคว้าและค้นพบโลก การเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านการเล่น หรืออาจจะเป็นกิจกรรมเชิงศิลปะ หลักสูตร การอ่านและการใช้สื่อ รวมถึงกิจกรรมชนิดอื่น ณ ที่นี้ คุณอาจพบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไม่เป็นทางการการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การบรรยาย และการนำเสนอผลงาน

          จิโรจน์ สูรพันธุ์ (2558) ได้กล่าวว่า พื้นที่การเรียนรู้สามารถแบ่งเป็น พื้นที่ทางกายภาพที่จับต้องได้ (physical space) และพื้นที่เสมือน (virtual space) พื้นที่ทางกายภาพจะคำนึงถึง แสง เสียง และคุณภาพของอากาศ ส่วนพื้นที่เสมือนจะคำนึงถึงความพร้อมใช้ และการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการเรียนรู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันและอนาคตจะเป็นการเชื่อมต่อกัน ระหว่างพื้นที่ทางกายภาพและพื้นที่เสมือน นอกจากนี้ มิติการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาจะมองในมิติของ “ห้องเรียน (classroom)” ขยายไปสู่ “อาคาร (building)” “วิทยาเขต (campus)” และ “เมือง (city)” ยังมีอีกพื้นที่ที่อยู่นอกห้องเรียนที่ควรได้รับความเอาใจใส่คือ พื้นที่ที่อยู่ระหว่าง (“in-between” spaces) ซึ่งอาจอยู่ระหว่างห้องเรียน อยู่ระหว่างอาคาร อยู่ระหว่างวิทยาเขต หรือแม้แต่อยู่ระหว่างเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคม (social space) ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ไม่ เป็นทางการ (informal learning) ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ที่เป็นทางการ (formal learning)

LearningSpace2

ที่มา : http://grovetech.co.uk/services/learningspaces/

          โดยสรุป (กฤติน พันธุ์เสนา.2560) Learning Space หมายถึง พื้นที่ทางกายภาพ และพื้นที่เสมือน  ที่สามารถศึกษาค้นคว้า และอภิปราย ร่วมกันระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง หรือระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน อาจจะเป็นในสถานศึกษา ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ ร้านหนังสือ  หรืออื่นๆ ซึ่งต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ขั้นสูงและทักษะชีวิตที่สำคัญจำเป็น.

อ้างอิง

จิโรจน์ สูรพันธุ์.(2013):การจัดพื้นที่การเรียนรู้. Vajira Med Journal 2015; 59(4): 29-34

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้(2558).คิดทันโลก ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและห้องสมุดในอนาคต .สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง.กรุงเทพฯ.

Oblinger, D. G. (Ed.) (2006). Learning spaces. Boulder, CO: Educause. Retrieved June 15,     2013 from: http://www.educause.edu/learningspaces.

 

โพสท์ใน การศึกษา | ไม่ให้ใส่ความเห็น

MakerSpace : พื้นที่ผู้ผลิต??

ZB45 Makerspace

ที่มา : https://www.fablabs.io/labs/zb45

จากคำว่า “Learning by Doing” ที่หมายถึงการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ และคำว่า “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ” ซึ่งหมายถึง การลงมือทำ การได้สัมผัสนั้น ก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้เกิดการเรียนรู้ จึงจำเป็นต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการลงมือทำงานเพื่อสร้างความรู้ต่างๆ โดยชิ้นงานที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเสมือนตัวแทนของความรู้ที่ได้เรียนรู้ พื้นที่ดังกล่าวนั้น คือ Makerspace (เมคเกอร์สเปซ)  ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่มีการแปล คำว่า Makerspace (เมคเกอร์สเปซ) เป็นคำในภาษาไทย ผู้เขียนเองไม่แนะนำให้ผู้อ่านนำหัวข้อของบทความนี้ไปอ้างอิงทางวิชาการ ซึ่งถ้าเกิดความเสียหายใดๆผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบ เพราะได้เตือนไว้แล้วข้างต้น!!

1daa4533235a40e4f79db828907ff9f4

ที่มา : https://www.pinterest.com/pin/570620215269166500/

คำว่า Makerspace (เมคเกอร์สเปซ) มีนักวิชาการ นักการศึกษา ได้ให้ความหมายไว้ ดังนี้

          พจนานุกรมอ๊อกฟอร์ด (2561) ได้ให้คำนิยามไว้ว่า เมคเกอร์สเปซ หมายถึง สถานที่ที่ผู้ที่มีความสนใจร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสามารถรวมตัวกันทำงานในโครงการต่างๆ มีการแบ่งปันความคิด อุปกรณ์ และความรู้.

Makerspace Playbook (2013) ได้ให้นิยามไว้ว่า เมคเกอร์สเปซ หมายถึง พื้นที่ทางกายภาพสำหรับบุคคลทั่วไป รวมทั้งเด็ก ๆ เพื่อทำงานร่วมกัน และทบทวนโครงการของพวกเขา.

Youth Makerspace Playbook (2015) ได้ให้ความหมายไว้ว่า เมคเกอร์สเปซ คือสถานที่แห่งความเป็นไปได้ในการเพิ่มศักยภาพด้านต่างๆของบุคคล เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เพียงส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ แต่ส่งเสริมการเชื่อมโยงให้เกิดเป็นชุมชนนักปฏิบัติ ในระดับพื้นฐานที่สุด เมคเกอร์สเปซอาจเป็นพื้นที่จริง หรือพื้นที่เสมือน หรือพื้นที่ใดๆก็ได้ที่ก่อให้เกิดการกระทำ.

Gary Stager and Sylvia Martinez (2013) ได้กล่าวว่า เมคเกอร์สเปซ คือพื้นที่ ที่เด็ก ๆ และครูได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านประสบการณ์ตรง ด้วยการเลือกสรรวัสดุที่มีเทคโนโลยีสูงและต่ำ.

Laura Fleming (2015) ได้กล่าวว่า เมคเกอร์สเปซ เป็นคำอุปมาสำหรับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ส่งเสริมการประดิษฐ์ เล่น และการสำรวจแบบเปิดกว้างสำหรับทุกคน.

Dale Dougherty (2013) พื้นที่ที่เด็กมีโอกาสที่จะทำ สถานที่ที่มีเครื่องมือ และผู้เชี่ยวชาญเพียงพอ ที่สามารถสนับสนุนให้นักเรียนเริ่มต้นปฏิบัติงานได้ สถานที่เหล่านี้ซึ่งเรียกว่าพื้นที่ของผู้ผลิต มีส่วนร่วมในชั้นเรียนของธุรกิจ ชั้นเรียนเศรษฐศาสตร์ ในบ้าน สตูดิโอศิลปะ และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ .

โดยสรุป (กฤติน พันธุ์เสนา.2561) เมคเกอร์สเปซ หมายถึง พื้นที่ทางกายภาพ หรือพื้นที่เสมือนที่เป็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ บุคคลทั่วไป เด็ก นักเรียน และครู ได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านประสบการณ์ตรง ที่เกิดจากการประดิษฐ์ การเล่น และการสำรวจแบบเปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยมีการแบ่งปันความคิด อุปกรณ์ และความรู้.

 

อ้างอิง

https://en.oxforddictionaries.com/definition/makerspace สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2561

http://makered.org/wp-content/uploads/2014/09/Makerspace-Playbook-Feb-2013.pdf สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2561

http://makered.org/wp-content/uploads/2015/09/Youth-Makerspace-Playbook_FINAL.pdf สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2561

Gary Stager and Sylvia Martinez (2013). Invent To Learn: Making, Tinkering, and Engineering in the Classroom. Constructing Modern Knowledge Press. Torrance Canada.

Laura Fleming (2015). Worlds of Making: Best Practices for Establishing a Makerspace for Your School (Corwin Connected Educators Series) 1st Edition. Corwin. Thousand Oaks Canada.

Dale Dougherty (2013) .Design, Make, Play: Growing the Next Generation of STEM Innovators 1st Edition . Routledge. New York USA.

โพสท์ใน การศึกษา, ครูไอที | ไม่ให้ใส่ความเห็น