การจัดหาพัสดุ

โรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่มีฐานะเป็นนิติบุคลตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ 2546 ทำให้การดำเนินงานของโรงเรียนต้องทำภายใต้กรอบกฏหมายหลายๆฉบับ โดยไม่ได้มีระเบียบหรือกฏหมายเป็นของตนเองเช่นสถานศึกษาระดับปริญญาที่จะมี พรบ.จัดตั้งเป็นของตนเอง การจัดหาพัสดุในโรงเรียนนั้นก็ต้องทำภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้เขียนได้ทำการสรุประเบียบดังกล่าวในรูปแบบผังความคิด เพื่อให้ง่ายต่อการทบทวน และจดจำของผู้เขียนเอง ผู้อ่านท่านใด สนใจอยากนำไปเผยแพร่ต่อ ผู้เขียนก็ยินดี แต่มีข้อแม้เดียวว่าถ้าท่านนำไปหาประโยชน์ทางการค้ากรุณาแบ่งเงินให้ผู้เขียนด้วย

การจัดหาพัสดุ

 

ผังความคิดนี้เป็นการสรุปในภาพรวมโดยไม่ได้ระบุรายละเอียดต่างๆ ผู้เขียนจึงขอเพิ่มเติมในประเด็นดังนี้

1. เงินประกันสัญญา เรียกเก็บเมื่อ วงเงินซื้อ/จ้าง เกิน 1 เแสนบาท

2. เงินประกันสัญญาเก็บในอัตรา ไม่เกินร้อยละ 5 ของวงเงินในสัญญา แต่ถ้าสัญญานั้นมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้ขาย/ผู้รับจ้างมีโอกาสผิดสัญญาสูง ให้เรียกเก็บได้ไม่เกินร้อยละ 10

3. เงินสด(เก็บไว้ สพท.), เช็ค(เก็บไว้ สพท.), หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร(เก็บไว้ สพท.), พันธบัตรรัฐบาลไทย(เก็บไว้ รร.) ใช้ประกันสัญญาได้

4. เมื่อผู้ขาย/รับจ้าง ผิดสัญญาประกันให้ดำเนินการ

4.1 ถ้าซื้อ/จ้าง ด้วยเงินงบประมาณ ให้นำส่งเงินประกันเป็นเงินรายได้แผ่นดิน

4.2 ถ้าซื้อ/จ้าง ด้วยเงินนอกงบประมาณ(รายได้สถานศึกษา) ให้เป็นเงินรายได้สถานศึกษา

5. เมื่อพ้นสัญญาประกันให้คืนเงินให้แก่ผู้ขาย/รับจ้าง โดยเร็ว ภายใน 15 วัน ในระบบ GFMIS

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน กฏหมายการศึกษา, การศึกษา, บริหารการศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร