ใบประกอบวิชาชีพครูอาจไม่ใช่ใบรับประกันการเป็นครูที่ดี!!

นับเป็นความกล้าหาญชาญชัย ของท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ที่ออกมาทำในสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ นั้นก็คือการยอมให้บัณฑิตที่ไม่ได้จบทางการศึกษาและไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู สามารถสอบบรรจุเพื่อเข้ารับราชการเป็น ครูผู้ช่วยได้!!

ex_cert

 

อันที่จริงแล้ว ประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่แต่อย่างใด เพราะ ก.ค.ศ. เคยมีมติแบบเดียวกันมาแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยอนุญาตให้ บัณฑิตที่ไม่ได้จบทางการศึกษาและไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู สามารถสอบบรรจุเพื่อเข้ารับราชการเป็นครูผู้ช่วยได้  ซึ่งนับได้ว่าเป็นครูผู้ช่วยรุ่นแรกด้วย โดยครูผู้ช่วยที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพในยุคนั้น เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว ต้องไปเรียนเพื่อให้ได้วุฒิทางการศึกษา ที่โดยส่วนใหญ่ก็ไปเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า ป.บัณฑิตวิชาชีพครู และเมื่อจบการศึกษาซึ่งเรียน 1 ปี แล้ว ก็สามารถนำคุณวุฒิ วิชาชีพครูนั้นไปยื่นเพื่อขอมีใบประกอบวิชาชีพครูได้ โดยหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู สามารถสร้างรายได้ให้กับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เป็นเหตุให้มีการเปิดหลักสูตรนี้กันอย่างมโหราฬ เรียกได้ว่าเปิดสอนกันเกือบทุกๆมหาวิทยาลัย ไม่เว้นแม้แต่สถาบันการพลศึกษา(ไม่มีคณะครุศาสตร์,ศึกษาศาสตร์) หนักเข้า ถึงขั้นมีการซื้อขายวุฒิบัตรกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น เป็นเรื่องเป็นราวกันใหญ่โตจนมหาวิทยาลัยเกือบจะถูกปิด

จากเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้มีการตรวจสอบคุณภาพการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ทั่วประเทศกันอย่างครึกโครม เป็นเหตุให้หลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ในหลายๆสถาบันทยอยปิดตัวลง จนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดหลักสูตรป.บัณฑิต ทุกหลักสูตรทั้ง วิชาชีพครู และการบริหารการศึกษา ลามไปถึงหลักสูตรปริญญาโทด้านการศึกษา ที่มีการจัดการเรียนการสอนนอกที่ตั้งทั้งหลายที่เรียกว่า “ศูนย์นอก” ซึ่งนับว่าเป็นการทุบหม้อข้าวของเหล่ามหาวิทยาลัยทั้งหลายด้วย เพราะ “ศูนย์นอก” เป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของคณะครุศาสตร์ ,ศึกษาศาสตร์ อย่างเป็นกอบเป็นกำตลอดมา!!

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้มีการปรับหลักสูตรการผลิตบัณฑิตครู จากหลักสูตร 4 ปี เป็นหลักสูตร 5 ปี โดยเป็นการเรียนวิชาครู วิชาเอก เป็นเวลา 4 ปี และฝึกประสบการณ์สอนในสถานศึกษาอีก 1 ปี  ทำให้มีแต่บัณฑิตครู 5 ปี เท่านั้นที่สามารถขอใบประกอบวิชาชีพครูได้!! โดยที่บัณฑิตสาขาวิชาเอกอื่นๆ ไม่สามารถ!!

การที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ออกมาบอกว่าการที่ให้บัณฑิตสาขาวิชาเอกอื่นๆสามารถสอบบรรจุเพื่อรับราชการครูได้ เพราะเป็น “สาขาขาดแคลน” นั้น เป็นเรื่องจริงครับ เท่าที่ดู 25 วิชาเอกที่เปิดกว้างนั้น “ขาดแคลน”จริงๆ ถ้ามองอย่างไม่อคติ ถือว่าท่านรัฐมนตรีวิสัยทัศน์กว้างไกลมาก เพราะ 25 สาขาวิชาเอกที่ว่านั้น เป็นสาขาวิชาที่จะนำพาประเทศไทยก้าวไกลในอนาคต และที่สำคัญ เป็นสาขาวิชาที่สถาบันการผลิตครูไม่เปิดสอน!!

ดังนั้น  ผู้ประกอบวิชาชีพครู บัณฑิตครู และสถาบันการผลิตครู ที่ออกมาต่อต้าน ไม่เห็นด้วย หรือแม้แต่จะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนท่านรัฐมนตรี ควรจะเปิดใจ เปิดกว้างทางความคิดว่า นี่เป็นโอกาสที่จะทำให้ประเทศชาติเราก้าวไปข้างหน้า มีโอกาสที่จะได้บุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้หลากหลาย สถาบันการผลิตครูควรพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการเปิดหลักสูตรที่ขาดแคลนเหล่านั้น เพื่อรองรับความต้องการในสาขาวิชาเอกนั้น!!

เหนือสิ่งอื่นใด ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า บัณฑิตที่ไม่ได้จบครูมานั้น ไม่เพียงสามารถเป็นครูที่ดีได้ แต่ยังสามารถเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่ดีได้ด้วย เผลอๆ อาจจะเป็นศึกษาธิการจังหวัดที่ดี หรือแม้แต่ศึกษาธิการภาคที่ดี ปลัดกระทรวงที่ดีได้ด้วย!!

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร