เมื่อครูดื่มเหล้ามาโรงเรียน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ ไวน์ หรืออื่นๆ  นั้นเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน ผู้คนไม่ว่าสาขาอาชีพใด ต่างนิยมชมชอบในการร่ำสุรา หรือดื่มด่ำกับรสสัมผัสอันนุ่มละมุนของเบียร์ ซึ่งแน่นอนว่าการดื่มเครื่องดื่มใดๆล้วนเป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่สามารถดื่มได้อย่างเสรีตราบเท่าที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น!!

wpid-17-08-19-09-54-28-730_deco.jpg

ในสังคมวงการอาชีพครู เป็นอีกหน่วยสังคมหนึ่งที่นิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นงานรื่นเริง หรืองานโศกเศร้า ล้วนแล้วต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวชูโรง ด้วยเหตุดังนี้ ทำให้ข้าราชการครูหรือแม้แต่ผู้อำนวยการโรงเรียน หลายๆคนมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเมื่อดื่มสุราจนเมามายแล้วจะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการครู ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่สอนที่ใกล้ชิดกับนักเรียน การดื่มสุราจนเมาแล้วไปสอนนั้น ดูจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่นักเรียนอีกด้วย.

ผู้เขียน ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ประสบพบเจอข้าราชการครูผู้ใต้บังคับบัญชาที่นิยมดื่มเหล้าเป็นอาจิณ เรียกได้ว่าเมามาโรงเรียนแทบจะทุกวัน ซึ่งผู้เขียนคิดว่าคงจะไม่ต่างจากโรงเรียนอื่นๆที่มีข้าราชการครูชาย เพราะโดยมากแล้วข้าราชการครูชายนั้นดูจะชอบดื่มเหล้ามากกว่าข้าราชการครูหญิง เหล่านี้นับได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างมากที่ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องบริหารจัดการให้ได้ เพราะการดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่นั้นถือว่าผิดระเบียบวินัยของข้าราชการอย่างปฏิเสธไม่ได้ และ สำนักงาน ก.ค.ศ. ก็ได้มีข้อวินิจฉัยไว้ว่า “ข้าราชการครูที่ดื่มสุราและอาจเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน อาจถูกลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรง กรณีไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 94 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2557 แต่ถ้าหากดื่มสุราที่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว อาจถูกลงโทษ สถานหนักถึงปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 94 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้”

เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ละท่านต่างก็มีวิธีในการบริหารจัดการที่แตกต่างกันไป เช่น ทำเป็นเฉยดื่มได้ดื่มไป(เพราะ ผอ. ก็เมาเหมือนกัน..ฮา) หรือ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจาอย่างรุนแรง หรือแม้กระทั่ง สั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยก็เคยมีมาแล้วในอดีต แต่ผู้เขียน ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่นใหม่(อายุน้อย) จะไปทำแบบที่กล่าวมาก็ดูเหมือนจะไม่มีชั้นเชิงทางการบริหารเท่าใดนัก(อาจจะโดนครูต่อยปากได้ง่ายๆ).

goodgovernant

ผู้เขียนจึงได้ดำเนินการ ที่คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า โดยผู้เขียนเลือกที่จะใช้ หลักคุณธรรมก่อน กล่าวคือ มีการพูดคุยกันก่อนว่า การดื่มเหล้าจนเมาแล้วมาสอนนั้นเป็นการกระทำที่ขาดคุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่นักเรียน เป็นที่ครหานินทาของผู้ปกครองนักเรียน หนักเข้าอาจจะมีคนบันทึกวิดีโอเป็นหลักฐานเพื่อนำไปประจานในสังคมเครือข่ายออนไลน์ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรืออาจถึงขั้นถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงต้องออกจากราชการได้ ซึ่งข้าราชการครูชายท่านนั้นมีการโต้เถียงพอสมควรว่า ดื่มแบบนี้มานานแล้ว และคิดว่ารับผิดชอบตัวเองได้!! เจอแบบนี้เข้าผู้เขียนเลยแจ้งว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นมา โดยมากแล้วข้าราชการครูมักจะรับผิดชอบตัวเองไม่ได้หรอก ส่วนมากก็เป็นผู้อำนวยการนี่แหละที่ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่ถ้ายังยืนยันว่าจะดื่มเหล้าแล้วเข้าสอนเหมือนเดิม ผู้เขียนก็จะไม่ว่า เพราะถ้าเกิดเหตุอย่างที่ว่ามาข้างต้นแล้ว ผู้เขียนในฐานนะผู้บังคับบัญชา ก็ไม่อาจจะช่วยปกป้องคุ้มภัยอะไรให้ได้ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่แล้ว พูดง่ายๆคือ ตัวใครตัวมัน ปล่อยให้เป็นไปตามระเบียบกฏหมายก็แล้วกัน(หลักนิติธรรม)!! เมื่อได้รับรู้ดังนี้แล้ว ข้าราชการครูชายคนดังกล่าวก็มีพฤติกรรมการดื่มเหล้าลดลง และผู้เขียนไม่เคยเห็นอีกเลยว่าข้าราชการครูชายท่านนั้นเมาในโรงเรียน.

โดยสรุปแล้ว การดำเนินการใดๆในทางการบริหารงานบุคคลนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เพราะจะกระทบหลายอย่าง ผู้อำนวยโรงเรียนควรดำเนินการอย่างละมุนละม่อม โดยเริ่มจากมาตรการที่นุ่มนวล ไปหามาตรการที่แข็งกร้าว ซึ่งผู้เขียนได้พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ!!

ปล. ผู้เขียนเคยดื่มสุราอย่างหนัก แต่เลิกไปหลายปีแล้วเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ

อ้างอิง : http://www.otepc.go.th/index.php/2012-07-11-08-30-24/2012-07-02-14-59-15/1089-2014-08-15-09-13-21

 

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน กฏหมายการศึกษา, บริหารการศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร