คุณภาพการศึกษาไทยยุค 4.0

เมื่อผู้บริหารการศึกษาของประเทศ มองการลงทุนทางการศึกษาว่าเป็นเรื่องของกำไร และขาดทุน จึงได้ประกาศการลดต้นทุนทางการศึกษา โดยทำการประเมินคงสภาพวิทยฐานะครู เพื่อลดค่าใช้จ่ายของกระทรวง!!

“”

ขวัญกำลังใจไม่ต้องพูดถึง เอาแค่มีกำลังกายในการสอน 2 ห้องเรียนต่อ ครู 1 คน ได้ก็เก่งแล้ว เผลอๆบางโรงเรียนก็ 3 ห้องเรียน ต่อครู 1 คน!!

“”

ไม่อยากให้สังคมการศึกษา มองผู้บริหารกระทรวงที่มาจากทหารว่า ไม่เข้าใจเรื่องการศึกษา ผมว่าท่าน เข้าใจดีเป็นแน่แท้ แต่ที่ท่านไม่เข้าใจคือ เรื่อง กำไร – ขาดทุน ทางการศึกษา ท่านไปมองที่จำนวนนักเรียนต่อห้องว่าจะคุ้มต่อการจัดการศึกษาหรือไม่ โดยไม่มองว่าคนทุกคนมีคุณค่า ไม่ใช่สินค้าชิ้นหนึ่งที่มีต้นทุนในการผลิต 

พอคิดแบบท่านมองแบบท่าน ทำให้โรงเรียนที่มีนักเรียน ป.1 จำนวน 5 คน ป.2 จำนวน 6 คน ป. 3 จำนวน 4 คน ป.4 จำนวน 5 คน ป. 5 จำนวน 5 คน และ ป.6 จำนวน 7 คน เลยอยู่ได้ยากส์ เพราะจำนวน นักเรียนทั้งโรงเรียนน้อยมาก แค่ 32 คน และก็มีครูประจำการได้แค่ 2 คน (ตามเกณฑ์บ้าๆบอๆของ ก.ค.ศ. ครู 1 คน ต่อนักเรียน 20 คน) เป็นเหตุให้ครู 1 ท่าน ต้องดูแลนักเรียน 3 ห้องเรียน (ดังภาพ) 

จากสภาพปัจจุบันนั้น อาจกล่าวได้ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ค้ากำไรเกินควรด้วยซ้ำ เพราะใช้งานครูหนักเกินไป!!

กำไรของการศึกษาคือการที่นักเรียนได้เรียนอย่างมีคุณภาพทุกคน ไม่ใช่คิดคำนวนกันแค่ตัวเลข!!

ท่านให้ครูแค่ 2 คน สำหรับนักเรียน 32 คน 6 ชห้องเรียน!!

แล้วท่านจะให้โรงเรียนเขาเอาคุณภาพมาจากไหนไปประเคนท่าน!!

นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นต่อระบบคุณภาพการศึกษาไทย!!

นี่คือชะตากรรมจริงของครูไทยที่ต้องเจอ!!

“ถ้าไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึง อย่าคิดบังอาจมาพัฒนา”

เพราะที่ท่านทำมา ยิ่งบอกว่าพัฒนา ก็เหมือนยิ่งฆ่าครู!!

เผยแพร่ครั้งแรก 7 กค. 59

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร