Learning Space : พื้นที่การเรียนรู้

การเรียนรู้เกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษา ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ ร้านหนังสือ สถานศึกษา หรืออื่นๆ ซึ่งต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ขั้นสูงและทักษะชีวิตที่สำคัญจำเป็น สถานศึกษาในฐานะที่เป็นสถาบันทางสังคมที่มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ต้องออกแบบพื้นที่ของสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เต็มศักยภาพ แต่ในปัจจุบัน การเรียนรู้มักถูกจำกัดให้เกิดในเฉพาะสถานที่ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ทั้งที่เป็นห้องเรียนแบบทางการหรือไม่เป็นทางการ มีการเรียนการสอนแบบเผชิญหน้าหรือห้องเรียนเสมือน ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีอำนาจแฝงบังคับให้คนมารวมกลุ่มกัน เพื่อให้ครูมาทำการสอน ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน มีการทำงานร่วมกัน และเกิดปฏิสัมพันธ์กัน ดังที่สามารถพบได้ตามสถานศึกษาทั่วไป ซึ่งได้รับการออกแบบตามลักษณะของหลักสูตรการสอนดั้งเดิมในอดีต ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องกัน ผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนฝึกทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองแต่ห้องเรียนถูกจัดแบบการนั่งบรรยาย เมื่อนั่งแล้วถูกบังคับให้หันหน้าเข้าหาผู้สอน ทั้งขนาดของห้องเรียน โต๊ะ และเก้าอี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบได้บ่อย (จิโรจน์ สูรพันธุ์ .2013)

learningspace1

ที่มา : https://campustechnology.com/articles/2016/06/08/designing-learning-spaces-for-innovation.aspx

ได้มีการนำเสนอนิยามของคำว่า “Learning Space” ไว้อย่างหลากหลาย ดังนี้

          Oblinger (2006 : 12) กล่าวว่า การเรียนรู้เป็นกิจกรรมหลักของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย บางครั้งการเรียนรู้นั้น เกิดขึ้นในห้องเรียน (ทางการศึกษา) บางครั้งเกิดจากการติดต่อสื่อสารมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างบุคคล (การศึกษานอกระบบ) พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางกายภาพ หรือพื้นที่เสมือน อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ เพราะสามารถชักนำคนเข้ารวมกลุ่มกัน สามารถส่งเสริมการสำรวจ สร้างความร่วมมือ และมีการอภิปรายในประเด็นต่างๆร่วมกัน หรือสามารถนำข้อความที่ไม่ได้พูดถึงในห้องเรียนมาอภิปรายกันได้ เพื่อสร้างให้เกิดความต่อเนื่องในการเรียนรู้

          สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (2558 : 34) พื้นที่การเรียนรู้ เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถศึกษาค้นคว้าและค้นพบโลก การเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านการเล่น หรืออาจจะเป็นกิจกรรมเชิงศิลปะ หลักสูตร การอ่านและการใช้สื่อ รวมถึงกิจกรรมชนิดอื่น ณ ที่นี้ คุณอาจพบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไม่เป็นทางการการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การบรรยาย และการนำเสนอผลงาน

          จิโรจน์ สูรพันธุ์ (2558) ได้กล่าวว่า พื้นที่การเรียนรู้สามารถแบ่งเป็น พื้นที่ทางกายภาพที่จับต้องได้ (physical space) และพื้นที่เสมือน (virtual space) พื้นที่ทางกายภาพจะคำนึงถึง แสง เสียง และคุณภาพของอากาศ ส่วนพื้นที่เสมือนจะคำนึงถึงความพร้อมใช้ และการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการเรียนรู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันและอนาคตจะเป็นการเชื่อมต่อกัน ระหว่างพื้นที่ทางกายภาพและพื้นที่เสมือน นอกจากนี้ มิติการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาจะมองในมิติของ “ห้องเรียน (classroom)” ขยายไปสู่ “อาคาร (building)” “วิทยาเขต (campus)” และ “เมือง (city)” ยังมีอีกพื้นที่ที่อยู่นอกห้องเรียนที่ควรได้รับความเอาใจใส่คือ พื้นที่ที่อยู่ระหว่าง (“in-between” spaces) ซึ่งอาจอยู่ระหว่างห้องเรียน อยู่ระหว่างอาคาร อยู่ระหว่างวิทยาเขต หรือแม้แต่อยู่ระหว่างเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคม (social space) ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ไม่ เป็นทางการ (informal learning) ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ที่เป็นทางการ (formal learning)

LearningSpace2

ที่มา : http://grovetech.co.uk/services/learningspaces/

          โดยสรุป (กฤติน พันธุ์เสนา.2560) Learning Space หมายถึง พื้นที่ทางกายภาพ และพื้นที่เสมือน  ที่สามารถศึกษาค้นคว้า และอภิปราย ร่วมกันระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง หรือระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน อาจจะเป็นในสถานศึกษา ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ ร้านหนังสือ  หรืออื่นๆ ซึ่งต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ขั้นสูงและทักษะชีวิตที่สำคัญจำเป็น.

อ้างอิง

จิโรจน์ สูรพันธุ์.(2013):การจัดพื้นที่การเรียนรู้. Vajira Med Journal 2015; 59(4): 29-34

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้(2558).คิดทันโลก ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและห้องสมุดในอนาคต .สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง.กรุงเทพฯ.

Oblinger, D. G. (Ed.) (2006). Learning spaces. Boulder, CO: Educause. Retrieved June 15,     2013 from: http://www.educause.edu/learningspaces.

 

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร