การเป็นผู้บริหารการศึกษา…ไม่ง่าย!!

จากปรากฏการณ์นิสิต นักศึกษาออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาล เห็นได้ชัดเจนว่า นิสิตนักศึกษาทุกวันนี้ เปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะพวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช้นิสิตนักศึกษาในยุคอะนาล็อก ที่ยังถูกครอบงำด้วยความคิดความเชื่อสีเทาๆ นิสิตนักศึกษาในทุกวันนี้ เขาทั้งหลายล้วนเกิดและเติบโตขึ้นมาในยุคดิจิทัล ที่ความคิด ความเชื่อทั้งหลาย ตัดสินกันชัดเจนว่า ขาว หรือ ดำ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่โดยมากเติบโตมาในยุคอะนาล๊อก มักจะเคยชินกับคำว่า หยวนๆ หรือ ไม่เป็นไรพวกเดียวกัน ซึ่ง คำเหล่านี้ ใช้ไม่ได้กับ นิสิตนักศึกษาในยุคดิจิทัล พวกเขาชัดเจนในตัวเองว่า ผิด คือ ผิด ถูก คือ ถูก ซึ่งเห็นได้จากกรณี การประท้วงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ที่นักเรียนไล่ให้รัฐมนตรีฯ ไปต่อคิวเพื่อขึ้นเวทีปราศัย โดยไม่มีการ “หยวนๆ” ให้!!

boss

รูปจาก // https://twitter.com/thematterco/status/1296026810904264704

การประท้วงด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการชูสามนิ้ว ได้ลามไปถึงสถานศึกษาที่เป็นโรงเรียน นักการศึกษาหลายๆท่าน ออกมาให้ความเห็นว่านี่เป็นความอัปยศของวงการศึกษาขั้นพื้นฐานกันเลยทีเดียว ที่นักเรียนไม่เชื่อฟังครู ไม่เชื่อฟัง ผอ.รร. แล้วออกมาประท้วง ใช้โรงเรียนเป็นที่ประท้วงทางการเมือง!!

แต่ผู้เขียนกลับเห็นต่าง เพราะสิ่งที่นักเรียนแสดงออกมานั้น สะท้อนให้เห็นได้ว่า นักเรียนสามารถคิด วิเคราะห์ และใคร่ครวญได้ว่า อะไรดี หรือไม่ดี สำหรับอนาคตของพวกเขา ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ออกมากล่าวว่า นักเรียนที่ประท้วงนั้นถูกล้างสมองจากกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล แต่ผู้เขียนอยากจะถามกลับว่า ในเมื่อรัฐบาลมีอำนาจเต็มมือ ทำไมไม่ล้างสมองนักเรียนให้รักรัฐบาลกันเล่า??

..

การกล่าวหาว่านักเรียนถูกล้างสมองนั้น ออกมาจากตรรกะความคิดเชิงดูถูกเหยียดหยามว่านักเรียนนั้นคิดไม่เป็น คิดไม่ได้เหมือนผู้ที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ใหญ่”   ซึ่งการดูถูกเหยียดหยามนั้น ไม่เป็นที่นิยมแล้วในสังคมโลก ต้องยอมรับว่า เมื่ออินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นบนโลก เกิดกระแสข้อมูลข่าวสารท่วมล้นโลก ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเสรี ไม่มีผู้ใดสามารถบิดเบือนข้อมูลข่าวสารได้ดังอดีต ผู้คนสามารถเรียนรู้สรรพวิทยาได้อย่างเสรี ไม่มีผู้กำหนดได้ว่าอะไรเรียนรู้ได้ หรืออะไรที่เรียนรู้ไม่ได้ นักเรียนในทุกวันนี้ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากมายมหาศาล (อาจจะมากกว่าครูด้วยซ้ำไป!!) เขาสามารถเลือกได้ว่าจะเชื่อ หรือไม่เชื่อข้อมูลไหน เขาสามารถคิดวิเคราะห์ได้เองว่า อะไรเชื่อถือได้ หรืออะไรเชื่อถือไม่ได้ เหล่านี้ไม่ใช่หรือ ที่เราต้องการให้เกิดกับนักเรียนของเรา ถึงกับได้กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน!!

3finger

รูปจาก //https://news.thaipbs.or.th/content/295563

ในสถานะการณ์ที่แหลมคมเช่นนี้ การปราบปรามนักเรียนที่ประท้วงนั้น ดูจะไม่ใช่วิธีการที่ดี ทางที่ดีนั้น ครู และ ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับ ควรรับฟังความคิดของนักเรียนให้มาก รับฟังด้วยความจริงใจและไม่ตัดสินว่าความคิดของนักเรียนนั้นผิดหรือถูก ใช้วิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียน คุยกันด้วยเหตุและผล ดูแลความปลอดภัยให้นักเรียนในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ กำกับ ดูแลให้นักเรียนดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบของกฏหมาย ถ้าทำได้เช่นนี้แล้ว เชื่อว่าความรุนแรงจากการประท้วงจะไม่เกิด และสังคมจะเดินหน้าได้อย่างมั่นคงต่อไป.

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การศึกษา, บริหารการศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร