ข้อเสนอเชิงนโยบาย การบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทย ที่มีอัตราการเกิดต่ำ และมีอัตราการตายต่ำ ส่งผลประชากรวัยเรียนของประเทศไทยลดลง เป็นเหตุให้เกิดโรงเรียนขนาดเล็กในทุกระดับการศึกษา และทุกพื้นที่ของประเทศ ทำให้เกิดความไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจในการจัดการศึกษา กล่าวคือ ในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อย แต่มีครูผู้สอนมีมาก ทำให้ต้นทุนในการจัดการศึกษาสูงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งสอดคล้องกับ รายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI, 2558) เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งพบว่า โรงเรียนขนาดเล็กมีต้นทุนในการจัดการเรียนการสอนต่อหัวที่สูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณในจำนวนที่มากกว่า หรือจ่ายแพงกว่าในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดเล็ก

131887967_717668312492935_3823615144154759220_n

cc

ในอดีตที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามแก้ปัญหาเชิงเศรษฐกิจนี้ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์จำนวนครูต่อนักเรียนในแต่ละโรงเรียนขึ้น ซึ่งก็ดูเหมือนจะแก้ปัญหาเชิงเศรษฐกิจนี้ได้ในระดับหนึ่ง แต่หลักเกณฑ์จำนวนครูต่อนักเรียนที่กำหนดโดยองค์กรกลางบริหารข้าราชการครูนั้น กลับส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก เห็นได้จากที่มีการระบุว่าโรงเรียนขนาดเล็กนั้น มีคุณภาพการจัดการศึกษาที่ต่ำกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ในรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก (2559: 2-5) ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2561) ที่พบว่า ผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2555-2559) พบแนวโน้มของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ว่าในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยของเกือบทุกวิชาและเกือบทุกปีการศึกษาต่ำกว่าร้อยละ 50 กลุ่มวิชาที่เป็นปัญหามากสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2561 : 12) ซึ่งก็ได้มีการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาคุณภาพการจัดการศึกษาขอโรงเรียนขนาดเล็กเอาไว้อย่างหลากหลายและกว้างขวาง แต่ก็ดูเหมือนว่ายังแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุดเท่าใดนัก

cc

แนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ได้ถูกนำมาเป็นประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการมาอย่างยาวนานหลายสิบปี นับตั้งแต่ โครงการการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ที่สามารถแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพการจัดการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของสังคม เป็นเหตุให้ในระยะหลังมานี้ถึงขั้นมีการเสนอให้ยุบโรงเรียนขนาดเล็กทิ้งไปเสียเลย แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลใดหาญกล้าดำเนินการ ด้วยเกรงว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า “รัฐต้องจัดการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพให้กับประชาชน ” แต่ในปัจจุบัน (2563) ประเด็นการยุบโรงเรียนขนาดเล็กได้รับการนำเสนอขึ้นมาอีกครั้ง เหตุเพราะว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2560 ระบุหน้าที่ของรัฐด้านการจัดการศึกษาไว้ในมาตรา 55 ความว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” ซึ่งการยุบโรงเรียนขนาดเล็กนั้น ดูจะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้บัญญัติเรื่อง ”ความทั่วถึง” เอาไว้ ซึ่งสามารถตีความได้ว่า ในท้องที่ 1 ตำบล สามารถยุบโรงเรียนขนาดเล็กให้เหลือเพียง 1 โรงเรียนได้ แต่มีข้อแม้ว่าโรงเรียนที่เหลืออยู่นั้น ต้องจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560

cc

แม้ว่ากระแสการยุบโรงเรียนขนาดเล็กจะร้อนแรงสักเท่าใด และการยุบโรงเรียนขนาดเล็กไม่ติดขัดเรื่องข้อกฎหมายแล้วก็ตาม แต่มันยุติธรรมแล้วหรือที่นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองขามหัวหนองสามัคคีต้องตื่นตั้งแต่เช้า เสี่ยงชีวิตเดินทางโดยรถโรงเรียนที่รัฐจัดให้ เพื่อไปเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาประจำตำบล (โรงเรียนคุณภาพของชุมชน) ที่ห่างออกไปอย่างน้อย 6 กิโลเมตร เพียงเพื่อสนองต่อนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็กของรัฐบาล เป็นความผิดหรือเวรกรรมอันใดของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านหนองขาม และบ้านหัวหนอง ที่เขาไม่มีสิทธิ์มีโรงเรียนดีใกล้บ้าน เขาเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเลือกได้เขาคงเลือกเกิดในเมืองใหญ่ เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และไม่ถูกยุบโรงเรียน!!

cc

ผู้เขียน ฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าจะต้องถูกยุบโรงเรียนในวันใด ขออนุญาตบังอาจนำเสนอ “ข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก” ดังนี้

1. ให้โรงเรียนขนาดเล็กทุกโรงเรียนจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามความพร้อมของตนเอง เช่น โรงเรียนบ้านหนองขามหัวหนองสามัคคี มีครูผู้สอน 4 คน ก็ให้จัดการศึกษาในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 4 เพื่อจัดการศึกษาให้กับนักเรียนในชุมชนต่อไป

2. ในแต่ละท้องที่ตำบล ให้มีโรงเรียนคุณภาพของตำบล ที่สามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประถมศึกษา และการศึกษาภาคบังคับ ได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อรองรับผู้เรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กในระดับชั้นต่าง ๆ

3. ในแต่ละท้องที่อำเภอ ให้มีโรงเรียนคุณภาพของอำเภอ ที่สามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีคุณภาพในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวะศึกษา

4. ในแต่ละท้องที่จังหวัด ให้มีโรงเรียนคุณภาพสูงเฉพาะทาง ที่สามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีคุณภาพสูง ในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวะศึกษา

โดยมีหลักเกณฑ์ในการเข้าเรียนในโรงเรียนระดับต่าง ๆ ดังนี้

1. ในท้องที่ตำบล ให้ถือเป็นสิทธิ์ของผู้เรียนที่พ้นการศึกษาในระดับประถมศึกษา สามารถเข้าเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ ในโรงเรียนคุณภาพของตำบลนั้น ๆ

2. ในท้องที่อำเภอ ให้ถือเป็นสิทธิ์ของผู้เรียนที่พ้นการศึกษาภาคบังคับแล้ว สามารถเลือกเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวะศึกษา ในโรงเรียนคุณภาพของอำเภอนั้น ๆ

3. ในท้องที่อำเภอ ให้ถือเป็นสิทธิ์ของผู้เรียนที่พ้นระดับประถมศึกษา สามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนคุณภาพของอำเภอ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดประกาศ

4. ในท้องที่อำเภอ ให้ถือเป็นหน้าที่ของรัฐ ในการคัดเลือกผู้เรียนที่พ้นระดับประถมศึกษา เพื่อเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนคุณภาพของอำเภอ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดประกาศ

5. ในท้องที่จังหวัด ให้ถือเป็นสิทธิ์ของผู้เรียนที่พ้นการศึกษาในระดับประถมศึกษา หรือการศึกษาภาคบังคับแล้ว สามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือก เพื่อเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวะศึกษา ในโรงเรียนคุณภาพสูงเฉพาะทางของจังหวัดนั้น ๆ

6. ในท้องที่จังหวัด ให้ถือเป็นหน้าที่ของรัฐ ในการคัดเลือกผู้เรียนที่พ้นการศึกษาในระดับประถมศึกษา หรือการศึกษาภาคบังคับแล้ว เพื่อเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวะศึกษา ในโรงเรียนคุณภาพสูงเฉพาะทางของแต่ละจังหวัด

 

นายกฤติน พันธุ์เสนา (ปร.ด.)

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองขามหัวหนองสามัคคี

16 ธันวาคม 2563

อ้างอิง :

แนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก , รายงาน TDRI , 2558

รายงาน ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก (2559: 2-5)

สภาวะการศึกษาไทย ปี 2559-2560 แนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อก้าวสู่ยุค Thailand 4.0, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2561

Comments

comments

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร